ก็เนื่องจากขึ้นชื่อว่า คนอึด และก็พี่เอ็งก็ไม่เคยตายหรือได้รับบาดเจ็บจนกระทั่งส่งเข้าโรงหมอสักภาคว่าและก็คงจะไม่แปลกถ้าจะกลับมาอีกในภาคต่อของหนัง คนอึดตายยาก ที่ภาคนี้ใช้ชื่อยาวว่า A Good Day to Die Hard ที่นอกเหนือจาก รูซ วิลลิส แล้วก็ แมร์ปรี่ อลิซาเบธ วินตี๊ด จะกลับมารับบทบาท จอห์น แม็คเคลุกลน และก็ บุตรสาว ตัวหนังยังเพิ่ม จาย คอตนี่ย์ ตัวร้ายจาก Jack Reacher เข้ามาในบทลูกชายที่ห่างหายไปนานของพ่อมึงอีกด้วยนะ

โดยในภาคนี้เกิดเรื่องราวของวีรบุรุษ ?ตัวจริงที่มีความเข้าใจรอบด้าน บวกกับลีลาที่มองมั่นคงจริงจังชั่วนิจนิรันดร์ ในตอนนี้ตำรวจดีเดือดจำเป็นต้องอยู่ไม่ถูกที่ผิดทาง ภายหลังจากเดินทางไปมอสโคว์เพื่อช่วย แจ็ค ลูกชายที่ไม่ค่อยลงรอยกัน พร้อมด้วยการไล่ล่าผู้กระทำผิดกฎหมายรัสเซีย และก็ควรมีการต่อสู้ที่ก่อให้เกิดการทำศึก บิดาลูกเชื้อสายแม็คเคลนลานพบว่าวิถีทางที่ขัดแย้งกัน ทำให้พวกเขาเป็นผู้กล้าที่ยากเกินจะต้านทานรับไหว ในศึกกระหน่ำประเทศรัซเซียคราวนี้

A Good Day to Die Hard คนอึดภาคที่ ในหนังชุดนี้ กำกับการแสดงโดย จอห์น มัวร์ ผู้กำกับจาก Max Payne รวมทั้ง Behind the Enemy Lines ที่เข้ามาคุมงานคนอึดเป็นภาคแรก ต่อจากเลนซ์ ไวส์แมน ในภาคที่ ซึ่งส่วนตัวผมก็จะต้องขอบอกก่อนเลยว่า ค่อนข้างจะประเมินคุณค่าของตัวหนัง คนอึด ในภาคนี้ต่ำลงยิ่งกว่าทุกๆภาค เนื่องด้วย อีกทั้งชื่อผู้กำกับ รวมทั้ง แบบอย่างที่ปลดปล่อยออกมา ถึงส่วนตัวจะแฟนหนังคนอึดมาตั้งแต่ภาคแรกก็ตาม แม้กระนั้นดูราวกับว่าภายหลังที่ได้รับดูแล้ว ผู้กำกับจะสามารถกระทำตัวหนังออกมาได้เซอร์ไพรส์กว่าที่คิด เพราะว่าตัวหนัง A Good Day to Die Hard นับได้ว่าเป็นภาคซึ่งสามารถสนองตอบคนชอบดูหนังแอ็คชั่นได้อย่างแท้จริงด้วยการยัดฉากแอ็คชั่น ตูมตามเหมาะสมกับคนชอบดูหนังบู๊เข้ามาตลอด 97 นาทีของตัวหนังโดยไม่ให้ผู้ชมพักผ่อน โดยแม้ตัวหนังบางทีอาจจะขาดเสน่ห์ความสดใหม่ของ คนอึด จากภาคก่อนมาพอเหมาะพอควร แถมด้านของตัวบทที่พากเพียรมีหลักสำคัญ บิดาลูก ก็ยังไม่สามารถที่จะทำออกมาได้เสร็จ รวมทั้งยังมองรีบมารีบไป เพื่อตัดให้ไปสู่เนื้อๆมากพอควรก็ตาม (รวมถึงความอึดเกินกำลังของจอห์น แม็คเคลนลาน ซึ่ง เอ่อ… อาจไม่ต้องไปกล่าวถึงมันหรอกมั้ง)

แต่รวมทั้งยังไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่า ส่วนตัวก็ยังรู้สึกสนุกสนานไปกับฉากแอ็คชั่นตลาดในหนังประเด็นนี้ ป้อมดวงใจเลยว่าคนไหนกันแน่เป็นคนชอบดูหนังแอ็คชั่นที่รู้สึกชื่นชอบหนังแนว The Raid : Redemption หรือหนังบล๊อคบัสเตอร์ ที่เอาสนุก ไม่เอาบท ต้องประทับใจรวมทั้งสนุกตัวโก่งไปกับหนังหัวข้อนี้แน่ๆ โดยยิ่งไปกว่านั้นฉากแอ็คชั่นเปิดเรื่อง และก็ ปิดเรื่อง ที่ลากยาวตลอดเกือบจะ 10-20 นาที ที่ตื่นเต้นกว่าหนังเรื่องอื่นๆในเครดิตของผู้กำกับก่อนหน้าที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้

ซึ่งถึงแม้ตัวหนังจะมิได้ถ่ายด้วยกล้องถ่ายรูป Imax จนถึงตัวภาพบางทีอาจจะมิได้มองหรูหราพอๆกับชนิด The Dark Knight Rises หรือ Mission Impossible 4 แม้กระนั้นระบบเสียงของตัวโรงImax ก็นับว่าเป็นอีกสิ่งจำเป็นซึ่งสามารถทำให้คนชอบดูหนังแอ็คชั่นหนำใจไปกับความตูมตามของตัวหนัง กระทั่งเพิ่มอรรถรสสำหรับในการรับดูเข้ามาได้อย่างไม่ยากอย่างยิ่งจริงๆ

โดยเหตุนี้โดยสรุปแล้ว ผมรู้สึกว่า ถึงตัวหนัง Die Hard 5 ในภาคนี้ บางทีก็อาจจะขาดเสน่ห์ รวมทั้งความมีเหตุมีผล ในตัวเรื่อง แล้วก็ ตัวบท มากมายเหมาะ จนถึงบางครั้งอาจจะไม่สามารถที่จะเปรียบเทียบรุ่นพี่ภาคก่อนที่เคยทำเอาไว้จนถึงขึ้นหึ้งเจริญนัก แม้กระนั้นมันก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่า มันก็ยังเป็นตัวหนังหนังป๊อปคอร์นซึ่งสามารถสนองตอบความสนุกสนานร่าเริง ความมันส์ ให้กับคนชอบดูหนังแอ็คชั่นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนใดกันที่ประทับใจหนังแนวตูมตามตลอดเรื่องถ้าหากคุณดูในระบบ Imax คงจะช่วยเพิ่มอรรถรสให้พอควรเลยหละ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *